จากของเล่นสู่โอกาสธุรกิจ: ถอดบทเรียน "สกุชชี่" กับ 33 ล้าน Engagement และเทรนด์ Sensory Economy ที่ SME ไม่ควรมองข้าม

จากของเล่นสู่โอกาสธุรกิจ: ถอดบทเรียน "สกุชชี่" กับ 33 ล้าน Engagement และเทรนด์ Sensory Economy ที่ SME ไม่ควรมองข้าม


สินค้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียลไทยในเดือนมิถุนายน 2026 ไม่ใช่ iPhone หรือรถยนต์ไฟฟ้า แต่คือ "สกุชชี่" ของเล่นบีบมือที่สร้าง Engagement กว่า 33.9 ล้านครั้ง (ข้อมูล Zocial Eye โดย Wisesight)

.

สิ่งที่นักการตลาดควรสนใจไม่ใช่ตัวสกุชชี่ แต่คือ "ความรู้สึก" ที่ของเล่นชิ้นเล็ก ๆ นี้เติมเต็มได้ในโลกที่ทุกคนใช้ชีวิตอยู่หน้าจอ — สัญญาณของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Sensory Economy


จากของเล่นสู่โอกาสธุรกิจ: ถอดบทเรียน "สกุชชี่" กับ 33 ล้าน Engagement และเทรนด์ Sensory Economy ที่ SME ไม่ควรมองข้าม

Sensory Economy — เศรษฐกิจของประสบการณ์ที่จับต้องได้

นักวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเรียกยุคนี้ว่า Sensory Economy — เศรษฐกิจที่ผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินให้กับประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส มากกว่าสินค้าที่มีแค่ประโยชน์ใช้สอย


สะท้อนผ่านการกลับมาของแผ่นเสียง Vinyl (แซงยอดขาย CD ตั้งแต่ปี 2022), กล้องฟิล์ม, ร้านหนังสืออิสระ, Board Game Cafe และล่าสุดคือสกุชชี่ในไทย


เคสสกุชชี่ฟีเวอร์ — สัญญาณของ Sensory Economy ในไทย

ข้อมูล Social Listening จาก Wisesight (1-24 มิถุนายน 2026) แสดงว่ากระแสนี้เกิดจากการพูดถึงกว่า 24,937 โพสต์ โดย TikTok เป็นศูนย์กลางถึง 85.8% และเติบโตต่อเนื่องจากไม่กี่ร้อยโพสต์ต่อวันไปเป็นมากกว่า 2,500 โพสต์ต่อวัน — สัญญาณว่านี่ไม่ใช่ไวรัลชั่วคราว


จุดที่น่าสนใจคือคอนเทนต์แนว ASMR (เสียงบีบ เสียงเด้ง) มี Engagement สูงกว่าคอนเทนต์ทั่วไปหลายเท่า สะท้อนว่าผู้บริโภคตอบสนองกับ "ความรู้สึก" ไม่ใช่ "สิ่งของ"


และกระแสไม่หยุดแค่ออนไลน์ — คำว่า "สำเพ็ง" และ "พิกัด" ถูกพูดถึงจำนวนมาก ลูกค้ายอมออกจากหน้าจอไปสัมผัสของจริง ก่อนกลับมาแชร์ต่อ


4 Sensory Touchpoints ที่ SME ทำได้ทันที


SME ทุกประเภทสามารถออกแบบประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนสินค้าหลัก แค่เพิ่ม 4 จุดต่อไปนี้


1. Packaging — ความรู้สึกแรกที่ลูกค้าสัมผัส


ก่อนเห็นสินค้าจริง สิ่งแรกที่ลูกค้าสัมผัสได้คือ น้ำหนัก พื้นผิว และความประณีตของบรรจุภัณฑ์

เลือกกระดาษที่จับแล้วรู้สึกถึงเนื้อสัมผัส แทนกระดาษบางเบา ต้นทุนต่างไม่มาก แต่ให้ความรู้สึกพรีเมียมทันที

ลดการใช้พลาสติกใสที่ให้ความรู้สึกราคาถูก เปลี่ยนเป็นผ้าฝ้าย ผ้าลินิน หรือกระดาษรีไซเคิลเนื้อหยาบ


สำหรับ B2B: Proposal Document ที่ใช้กระดาษหนา 250 gsm พร้อม Binder ที่จับแน่นมือ จะช่วยสร้างความรู้สึก "มืออาชีพ" ตั้งแต่วางบนโต๊ะประชุม เช่นเดียวกับ Business Card ที่ใช้เทคนิค Emboss หรือ Letterpress


2. Unboxing Experience — จังหวะที่ทำให้ลูกค้าอยากถ่ายคลิป


การเปิดกล่องคือ "โมเมนต์" ที่ลูกค้าจดจำได้ดีที่สุด

แนบข้อความ Handwritten (ลายมือจริง) ที่เขียนถึงลูกค้าโดยเฉพาะ และใส่ของแถมเล็ก ๆ ที่ไม่บอกล่วงหน้า เช่น ตัวอย่างสินค้าใหม่ สติกเกอร์ หรือขนมชิ้นเล็ก ๆ

สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้าง Wow Moment ที่ลูกค้าอยากแชร์ต่อเอง


สำหรับ B2B: ออกแบบ Welcome Kit สำหรับลูกค้าองค์กรใหม่ (Client Onboarding) หรือส่ง Sample Kit ให้ Decision Maker ก่อนวันประชุม เพื่อสร้างความจดจำเหนือคู่แข่งที่ส่งเพียง Email พร้อม PDF


3. Physical Space — แสง กลิ่น และเสียงของหน้าร้าน


สำหรับหน้าร้าน พื้นที่คือแคนวาสที่ใหญ่ที่สุด

ใช้แสงสีอบอุ่น (Warm White) แทนแสงขาวจ้าแบบโรงพยาบาล เลือกกลิ่นเฉพาะร้าน เช่น กลิ่นไม้ ดอกไม้ หรือเบเกอรี ผ่าน Diffuser เพื่อให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ผ่านกลิ่น

สร้าง Playlist ของร้านให้สอดคล้องกับ Brand Vibe แทนการเปิดวิทยุทั่วไป


สำหรับ B2B: ออฟฟิศและห้องประชุมที่ลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชม (Client Visit) คือ Sensory Touchpoint ที่ทรงพลัง ห้องประชุมที่มีกลิ่นกาแฟสด แสงธรรมชาติ และบรรยากาศเงียบสงบ สามารถส่งสัญญาณของบริษัทที่ "ใส่ใจรายละเอียด" ได้ทันที


4. In-product Sensation — ความรู้สึกในสินค้าหรือบริการเอง


สินค้าหรือบริการของคุณ "รู้สึก" อย่างไร เวลาลูกค้าใช้งานจริง

ร้านอาหารสามารถออกแบบเมนูให้มี Texture หลากหลายในจานเดียว (กรุบ + นุ่ม + เหนียว)

ธุรกิจบริการสามารถสร้าง Ritual การต้อนรับ เช่น น้ำร้อนสำหรับจิบระหว่างรอ หรือผ้าเย็นกลิ่นสมุนไพร

แอปพลิเคชันหรือ Digital Product สามารถออกแบบ Micro-interaction เช่น เสียง Notification, การสั่น หรือ Animation ให้การใช้งานมีความรู้สึก ไม่ใช่แค่กดปุ่มแล้วจบ


สำหรับ B2B: Client Report และ Dashboard ที่ออกแบบสวย อ่านง่าย ช่วยสร้างความรู้สึก "มืออาชีพ" หรือ Service Delivery ที่มี Response Time รวดเร็ว การอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ และการสื่อสารที่ใส่ใจรายละเอียด ล้วนเป็นความรู้สึกที่ทำให้ลูกค้าอยากต่อสัญญา

กุญแจสู่ความสำเร็จ


• เริ่มที่ 1 Touchpoint ที่ทำได้เลย: อย่าเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน เลือก 1 จุดในธุรกิจที่สามารถปรับได้ภายในสัปดาห์นี้ แล้วสังเกตปฏิกิริยาของลูกค้า


• Sensory ไม่จำเป็นต้องแพง แต่ต้องตั้งใจ: กระดาษที่ดีขึ้นอีกไม่กี่บาท ข้อความลายมือที่เขียนเอง หรือ Playlist ที่คัดสรรอย่างตั้งใจ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ต้องการงบประมาณมาก แต่ต้องการความใส่ใจ


ถ้าสกุชชี่สร้าง Engagement ได้ถึง 33 ล้านครั้งในเดือนเดียว สิ่งที่ผู้บริโภคตอบสนองอาจไม่ใช่ของเล่นชิ้นนี้ แต่คือ "ความรู้สึก" ที่มันเติมเต็มได้อย่างพอดี


คำถามสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ควรถามตัวเองคือ

"แบรนด์ของเรามอบความรู้สึกอะไรที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง?"

#KrungsriBusinessEmpowerment #KrungsriSME

#SensoryEconomy #DigitalFatigue #SquishyFever #SMEไทย #ConsumerInsight

ความรู้และกิจกรรมทั้งหมด